News & Journal
 สารโรงเรียน
   
 
 จุลสารดนตรี
   
 
 วารสารวิชาการ
   
 
 จุลสารศิษย์เก่า
   
 
 
     

วัตถุประสงค์ของโรงเรียน

        เพื่อเตรียมนักศึกษาที่ได้รับการทรงเรียกให้เป็นผู้รับใช้ที่ประกอบด้วยความรู้ มีประสิทธิภาพและมีชีวิตที่เหมาะสมเพื่อให้สำเร็จตามเป้าหมายข้างต้น ผู้สำเร็จการศึกษาจะต้อง

1. ดำรงไว้ซึ่งชีวิตฝ่ายวิญญาณจิตที่มีความเข้มแข็ง ในฐานะที่เป็นสาวกของพระคริสต์ มีชีวิตที่ประกอบด้วย การอธิษฐาน (เอเฟซัส 6:18) การเติบโตขึ้นในพระคุณ และมีความรู้ถึงองค์พระเยซูคริสต์พระผู้ช่วยให้รอด (2เปโตร 3:18)
2. มีความเข้าใจและสามารถใช้พระคัมภีร์อย่างเกิดผล (2 ทิโมธี 2:15)
3. มีชีวิตที่เป็นพยานและเทศนาสั่งสอนเรื่องความจริงของพระเจ้า แก่ผู้อื่นด้วย (มัทธิว 28:19-20)
4. ใช้ของประทานแห่งพระวิญญาณบริสุทธิ์ เพื่อเสริมสร้างพระกายของพระคริสต์ (1 เปโตร 4:10, เอเฟซัส 4:12)
5. ทำงานร่วมกับกลุ่มย่อยในคริสตจักร เพื่อการเพิ่มพูนคริสตจักรและการสร้างสาวก (2 ทิโมธี 2:2)
6.รับใช้คริสตจักรเกี่ยวกับด้านการนมัสการ การเผยแพร่พระกิตติคุณการศึกษาการเลี้ยงดูและการบริการ (กิจการ20:28)
7. เตรียมผู้ที่เชื่อเพื่อการรับใช้ในพันธกิจของคริสตจักร (เอเฟซัส 4:12)


ปรัชญา จุดมุ่งหมาย และวิธีการสอน
      
        จุดมุ่งหมายของแผนการสอนของโรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์ คณะแบ๊บติสต์ คือ เตรียมบุคลากรสำหรับพันธกิจในด้านการเป็นผู้นำ ผู้ร่วมงานในคริสตจักรในกลุ่มย่อย องค์การและสถาบันคริสเตียนต่าง ๆ ดังนั้นทุกวิชาที่สอนจึงสอดคล้องกับพระคัมภีร์ และนำไปปฏิบัติได้ แต่ละวิชาได้มีการตระเตรียมเพื่อให้นักศึกษาที่มีความรู้ ความเข้าใจ และมีชีวิตที่สมกับผู้รับใช้ที่ดี
โดยปกตินักศึกษาทุกระดับจะเรียนอยู่ในชั้นเรียนเดียวกัน แต่ลักษณะงานประจำวิชาและการประเมินผลจะแตกต่างกันตามระดับที่นักศึกษาได้ลงทะเบียนเรียน บางครั้งอาจมีการแบ่งชั้นเรียนออกเป็นหลาย ๆ ชั้น เพื่อให้เกิดความคล่องตัวมากขึ้นหรือเกิดผลมากขึ้น วิธีการสอนจะไม่จำกัดเฉพาะการบรรยายในชั้นเรียนเท่านั้น แต่อาจมีรูปแบบการสอนในลักษณะอื่น ๆ และอาจมีการสอนเป็นทีมในบางวิชา
ตั้งแต่ภาคเรียนแรกนักศึกษาแต่ละคนจะได้รับการหนุนใจให้เป็นสาวกแท้ของพระเยซูคริสต์ (ยอห์น 8:31) ให้เขาพิจารณาอย่างจริงจังถึงความหมายของการทรงเรียกให้มาทำงานรับใช้ (1 โครินธ์ 1:26) ให้มอบชีวิต ให้ดำเนินชีวิตสมกับที่ได้รับการทรงเรียก (เอเฟซัส 4:1) และให้เขาได้นำเอาสิ่งที่ได้เรียนไปประยุกต์ใช้ในชีวิต และงานในฐานะผู้รับใช้พระเจ้า นักศึกษาจะประสบความสำเร็จอย่างดีที่สุดถ้ามีรากฐานการจูงใจดังได้กล่าวมาแล้ว

หลักข้อเชื่อของโรงเรียน

1. พระคัมภีร์ประกอบด้วยหนังสือเล่มย่อย ๆ 66 เล่ม เป็นพระวจนะของพระเจ้าที่ทรงดลใจให้เขียนไว้อย่างไม่ผิดพลาด เป็นหลักนำที่มีสิทธิอำนาจอย่างสมบูรณ์ในด้านความเชื่อและการปฏิบัติของผู้เชื่อ
2. พระเจ้าเที่ยงแท้เป็นพระเจ้าองค์เดียว เป็นองค์สัมบูรณ์ ทรงพระชนม์อยู่เป็นนิจนิรันดร์ใน 3 พระภาค คือ พระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ซึ่งทรงความเสมอภาคกันในอำนาจและสง่าราศี
3. พระคริสต์ได้ทรงบังเกิดจากมารีย์ หญิงพรหมจารี ปฏิสนธิโดยเดชพระวิญญาณบริสุทธิ์ มีสภาพของพระเจ้าอย่างบริบูรณ์ และสภาพของมนุษย์อย่างบริบูรณ์ แม้เมื่อพระองค์มารับสภาพเป็นมนุษย์ต้องถูกทดลองทุกอย่าง กระนั้นก็ยังปราศจากบาป พระองค์ได้ทรงสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน ถูกฝังไว้ ทรงเป็นขึ้นจากความตายในวันที่สาม เสด็จสู่สวรรค์ ทรงประทับบนพระที่นั่ง และทรงทูลขอเพื่อผู้เชื่อ
4. พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพระเจ้า ทรงเป็นพระภาคหนึ่งในตรีเอกานุภาพ พระราชกิจของพระองค์คือ ทรงทำงานในจิตใจของมนุษย์ให้สำนึกบาป ทรงสำแดงความจริงของพระคริสต์แก่มนุษย์ ทรงนำพา ทรงชำระ ทรงเล้าโลม และทรงให้พลังแก่ผู้เชื่อ
5. มนุษย์ถูกพระเจ้าสร้างขึ้นตามพระฉายาของพระองค์ มนุษย์ไม่เชื่อฟังพระเจ้า และตกอยู่ภายใต้อำนาจแห่งความบาป เนื่องจากมนุษย์ทุกคนมีธรรมชาติที่เสื่อมโทรมและทำบาป ดังนั้นมนุษย์ทุกคนจึงต้องการความรอด
6. มนุษย์ได้รับความรอด เนื่องด้วยพระคุณของพระเจ้าโดยความเชื่อในพระเยซูคริสต์เจ้า พระเจ้าได้ทรงสำแดงพระคุณให้เห็นชัดแจ้ง โดยการที่พระคริสต์ทรงตายแทนคนบาปทุกคนบนไม้กางเขน ความเชื่อนี้แสดงออกด้วยความสมัครใจ การกลับใจใหม่และการวางใจในพระเยซูคริสต์เจ้า
7. คริสตจักรตั้งขึ้นโดยพระคริสต์ ประกอบด้วยผู้เชื่อที่รับบัพติสมาแล้ว รวมตัวกันเพื่อนมัสการ ประกอบพิธีศีล และเผยแพร่พระกิตติคุณไปทั่วโลก คริสตจักรมีอิสระในการปกครองตนเองภายใต้องค์พระผู้เป็นเจ้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ (ศิษยาภิบาลและมัคนายก) และสมาชิกอื่น ๆ มีศักดิ์และสิทธิ์เท่าเทียมกันภายใต้การปกครองและสิทธิอำนาจของพระคริสต์
8. พระคริสต์จะเสด็จมาอีกด้วยฤทธานุภาพและสง่าราศี เพื่อจะทรงพิพากษาและปกครองโลก ทั้งคนชอบธรรมและคนอธรรมจะเป็นขึ้นมาจากความตาย เพื่อรับการพิพากษา คนชอบธรรมจะได้รับความสุขเป็นนิตย์ คนอธรรมจะต้องทนทุกข์ทรมานเป็นนิตย์

สถานที่ตั้งและอาคารต่าง ๆ

       โรงเรียนตั้งอยู่บนเลขที่ 433 ซอยสวนพลู 8 ถนนสาทร 3 เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120 ภายในบริเวณโรงเรียนมีสถานที่เหมาะกับการพักผ่อนและเล่นกีฬาทั้งในร่มและกลางแจ้งได้ อีกทั้งมีอาคารต่าง ๆ ดังต่อไปนี้


ตึกเกลน มอริส

เป็นอาคารหลังใหญ่ที่สุดของโรงเรียน มีห้องนมัสการ ห้องธุรการ ห้องคณาจารย์ ห้องฝึกดนตรี ห้องเรียน และ ห้องสมุด ห้องสมุดตั้งอยู่บนชั้นที่ 3 ของอาคารเกลนมอริส ภายในห้องสมุดมีสภาพที่เหมาะแก่การศึกษาค้นคว้า หนังสือที่จัดไว้บริการมีทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษรวมทั้งสิ้นประมาณ 13,000 เล่ม และเพิ่มจำนวนขึ้นทุกปี นอกจากนี้ยังมีโสตวัสดุอุปกรณ์ไว้บริการนักศึกษา อาทิเช่น วีดีโอสัมมนา และเทปรายการต่าง ๆ ของสถาบัน ห้องสมุดได้จัดแบ่งเนื้อหาของหนังสือออกเป็นหมวดหมู่ ตามการจัดหมู่ระบบทศนิยมดิวอี้ โดยมีหนังสือที่จัดไว้เพื่อการค้นคว้าในหมวดต่าง ๆ ดังนี้คือ หนังสือหมวดพระคัมภีร์เดิม พระคัมภีร์ใหม่ ภาษาที่ใช้ในพระคัมภีร์ ศาสนศาสตร์ระบบ ประวัติศาสตร์ ประวัติศาสตร์คริสตจักร จริยธรรม มิชชั่น การเทศนา การเพิ่มพูนคริสตจักร การบริหารคริสตจักร การให้คำปรึกษา คริสเตียนศึกษา ดนตรี การพัฒนาชีวิตฝ่ายวิญญาณ และในสาขาวิชาอื่น ๆ เช่นจิตวิทยา วาทศิลป์ ภาษา ฯลฯ ตลอดจนวารสารที่น่าสนใจอีกมากมาย

หอพัก

หอพัก 2 หลัง รับนักศึกษาทั้งชายและหญิงได้ 39 คน อาคารหอพักประกอบด้วยห้องครัว ห้องอาหาร ที่พักสำหรับอาจารย์ใหญ่ คณบดีฝ่ายชีวิตนักศึกษา แม่บ้าน แม่ครัว นักการ ห้องพักรับรอง และบริเวณสันทนาการ