News & Journal
 สารโรงเรียน
   
 
 จุลสารดนตรี
   
 
 วารสารวิชาการ
   
 
 จุลสารศิษย์เก่า
   
 
 
 

ดาวน์โหลดเอกสารประกอบการสมัครapplystudentdoclink1

 

ขั้นตอนการสมัคร
การรับสมัครจะต้องเป็นไปตามขั้นตอนดังนี้

1. ผู้สมัครจะต้องส่งเอกสารสำคัญต่าง ๆ มาให้แผนกทะเบียนก่อนเปิดเทอม 3 สัปดาห์

เพื่อให้ทางคณาจารย์พิจารณา

เอกสารสำคัญประกอบด้วย
1.1 ใบสมัครเข้าเรียน 1 ชุด (ผู้สมัครขอใบสมัครได้จากแผนกทะเบียน ผู้สมัครจะต้อง

กรอกใบสมัครให้ครบถ้วน)

1.2 ผู้สมัครจะต้องเขียนคำพยานส่วนตัว 1 ชุดเกี่ยวกับประสบการณ์ก่อนการเป็นคริสเตียน

การกลับใจใหม่ การเติบโตในพระคริสต์ การรับใช้ในคริสตจักร ความแน่ใจในการทรงเรียก

และการถวายตัวในการรับใช้อย่างมั่นใจ (คำพยานนี้ต้องเขียนอย่างระมัดระวังและเป็นข้อมูล

ที่ต้องตรงกับความเป็นจริง

1.3 หนังสือรับรองจากกรรมการคริสตจักรที่ผู้สมัครเป็นสมาชิกอยู่ 1 ฉบับ ซึ่งลงวันที่ที่ได้ลงมติ

ผู้สมัครจะต้องเป็นสมาชิกของคริสตจักรที่รับรองนั้นอย่างน้อย 2 ปี

1.4 ใบรับรองการศึกษา 1ฉบับ (เช่นประกาศนียบัตรและใบบันทึกผลการเรียน)

1.5 รูปถ่ายหน้าตรง ขนาด 2 นิ้ว 3 รูป

1.6 ใบรับรองความประพฤติจากศิษยาภิบาล และจากผู้รับใช้หรือผู้นำคริสตจักรที่รู้จักผู้สมัคร

เป็นอย่างดี สามารถบอกอุปนิสัยของท่านได้

2. ผู้สมัครที่ประสงค์จะพักในหอพัก ต้องส่งเอกสารดังต่อไปนี้
2.1 ใบแจ้งเกี่ยวกับสถานภาพทางด้านการเงิน ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่
2.2 ใบรับรองแพทย์จากแพทย์ที่มีใบประกอบโรคศิลป์ ตามแบบฟอร์มของโรงเรียน พร้อมทั้ง

รายงานผลเอกซเรย์ทรวงอกด้วย

3. ผู้สมัครจะต้องเข้าสอบข้อเขียน และสอบสัมภาษณ์ตามเวลาที่โรงเรียนกำหนด
3.1 ระดับคริสตศาสนศาสตร์ศึกษา (ตรี) สอบพระคัมภีร์ ความรู้ทั่วไป พื้นฐานความเชื่อ
3.2 ระดับคริสตศาสนศาสตร์ศึกษา (โท) สอบพื้นฐานความเชื่อ ภาษาอังกฤษ (Grammar,

Comprehension, Translation)

4. ทางโรงเรียนจะแจ้งผลการสมัครไปยังผู้สมัครทันที หลังจากที่คณาจารย์ได้พิจารณาแล้ว

คุณสมบัติทั่วไปในการรับสมัคร
เพื่อที่จะให้เป็นไปตามจุดประสงค์ของโรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์คณะแบ๊บติสต์ ข้อกำหนดต่อไปนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่สำคัญและจำเป็นสำหรับผู้สมัครเข้าศึกษาที่โรงเรียน

1. ประสบการณ์ชีวิตคริสเตียน
ผู้สมัครจะต้องมีประสบการณ์การบังเกิดใหม่อย่างแท้จริง มีความเชื่อว่า พระเยซูคริสต์เป็น

พระผู้ช่วยให้รอดและองค์พระผู้เป็นเจ้า ผู้สมัครจะต้องรับบัพติสมามาแล้วอย่างน้อย 2 ปี

และเป็นสมาชิกที่มีส่วนร่วมในพันธกิจของคริสตจักรท้องถิ่นอย่างสม่ำเสมอ
ผู้สมัครต้องเป็นผู้ที่ได้ตอบสนองการทรงเรียกให้อุทิศตัวเพื่อพันธกิจของพระเจ้า (1 ทิโมธี 4:6)

2.คุณลักษณะผู้สมัครต้องมีอุปนิสัยและความประพฤติสอดคล้องกับคำสอนในพระคัมภีร์และได้แสดง

ความประพฤตินี้ในชีวิตส่วนตัว ครอบครัว คริสตจักร และชุมชนที่อาศัยอยู่

3. สุขภาพ
ผู้สมัครต้องมีสุขภาพที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจเพื่อให้มีประสิทธิภาพในการศึกษาและการรับใช้

4. ความพร้อมในด้านต่าง ๆ
ผู้สมัครต้องมีความพร้อมทางด้านอายุ (18 ปีบริบูรณ์) การศึกษาตามคุณสมบัติในการสมัครเข้าเรียน

ในระดับต่าง ๆ ของโรงเรียน

5. จุดยืนทางศาสนศาสตร์
ผู้สมัครควรมีความเชื่อที่สอดคล้องกับหลักข้อเชื่อของโรงเรียน (ดูหลักข้อเชื่อของโรงเรียน)

เพื่อจะได้รับประโยชน์สูงสุดจากการศึกษาในสถาบันนี้

6. ความสามารถในการศึกษา
ผู้สมัครจะต้องมีวุฒิการศึกษาที่เหมาะสมตามระดับที่จะเข้าศึกษา (ดูรายละเอียดแผนการศึกษาระดับต่าง ๆ )
7. ผ่านการสอบข้อเขียนและสัมภาษณ์ตามกำหนดของโรงเรียน

8. ข้อตกลง
เมื่อโรงเรียนรับผู้สมัครเข้าเป็นนักศึกษาแล้ว นักศึกษาจะต้องยอมรับในข้อตกลงที่ให้ไว้กับโรงเรียน

เมื่อลงทะเบียนครั้งแรก

นักศึกษาพิเศษ
สำหรับผู้นำคริสตจักรหรือ ผู้มีส่วนรับใช้ในคริสตจักร ทางโรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์แบ๊บติสต์ ได้มีการรับนักศึกษาพิเศษที่เรียนแบบไม่ต้องการหน่วยกิตทางโรงเรียนจะไม่เก็บประวัติทะเบียนของ

นักศึกษาเหล่านี้ นอกจากข้อมูลในการลงทะเบียนในเทอมนั้น ๆ ผู้สมัครทั้งหมดจะต้องกรอกใบสมัครและมีจดหมายรับรองจากทางคริสตจักรว่าได้ผ่านพิธีบัพติสมามาแล้ว

ไม่ต่ำกว่า 2 ปี รวมทั้งเป็นสมาชิกของคริสตจักร นอกเหนือจากนี้ คือการกรอกใบลงทะเบียนสำหรับ

การเรียนวิชาในเทอมนั้น และได้ผ่านการสัมภาษณ์จากคณบดีฝ่ายวิชาการ
นักศึกษาพิเศษเหล่านี้ จะได้รับอนุมัติให้ศึกษาเพียงวิชาเดียวในแต่ละเทอม นอกจากจะได้รับอนุมัติ

เป็นพิเศษจากคณบดีฝ่ายวิชาการ

การลงทะเบียน
เมื่อถึงกำหนดเวลาลงทะเบียนนักศึกษาทุกคนต้องปฏิบัติดังนี้
1. ขอเอกสารการลงทะเบียนจากแผนกทะเบียน แล้วกรอกให้เรียบร้อย
2. ขอคำแนะนำและขออนุมัติจากคณบดีฝ่ายวิชาการ
3. นำส่งแผนกทะเบียน
4. ชำระค่าลงทะเบียนภายใน 2 สัปดาห์แรกของแต่ละภาคเรียน สามารถปฏิบัติตามได้ตามกำหนด

ให้ตกลงกับแผนกทะเบียนล่วงหน้า
5. หมดสิทธิ์ลงทะเบียน เมื่อการเรียนเริ่มไปแล้ว 2 สัปดาห์

การเพิ่ม-ถอนวิชา
1. ขอใบเพิ่ม-ถอนวิชา จากแผนกทะเบียน
2. นำใบเพิ่ม-ถอนวิชา ไปให้อาจารย์ประจำวิชานั้น ๆ เซ็นอนุมัติ
3. นำใบเพิ่ม-ถอนวิชา ไปให้คณบดีฝ่ายวิชาการเซ็นชื่ออนุมัติและรับรอง
อีกครั้งแล้วนำมาคืนให้ฝ่ายทะเบียน
4. เสียค่าธรรมเนียม 20 บาทต่อวิชา
5. หมดเขตการเพิ่ม-ถอนวิชา หลังจากสัปดาห์ที่ 2 ของภาคเรียนนั้น ๆ
6. นักศึกษาที่ไม่ทำตามขั้นตอนการเพิ่ม-ถอน นี้อย่างถูกต้องจะถือว่าสอบตกในวิชานั้น

(คะแนนสะสมในวิชานั้นจะได้ไม่เกิน 59 คะแนน)

การให้คะแนน (Grading System)
94 - 100 ดีมาก A
85 - 93 ดี B
74 - 84 พอใช้ C
70 - 73 ผ่าน D
0 - 69 ตก F

การคิดคะแนนเฉลี่ย
นักศึกษาที่จะสำเร็จการศึกษาจะต้องมีคะแนนเฉลี่ยสะสมรวมหมดทุกวิชาไม่ต่ำกว่าคะแนนเฉลี่ย

ที่กำหนดไว้ดังนี้
1. ระดับกลาง (B.Th.) 80%
2. ระดับสูง (M.Div.) 85%
(M.Div. C.M., Grad. Dip. C.M.) 85%

การสอบ
1. นักศึกษาที่มีผลการเรียนอยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าเปอร์เซนต์ที่กำหนดไว้ 10
เปอร์เซนต์ อาจจะขอสอบซ่อมหรือทำงานที่อาจารย์ประจำวิชากำหนด
ให้ เพื่อให้ผ่านวิชานั้นโดยชำระค่าธรรมเนียม 100 บาท/วิชา

2. การขออนุญาตนี้จะต้องทำภายในหนึ่งเดือน หลังจากนักศึกษาได้รับแจ้ง
ผลการเรียน ถ้าหากเป็นการทำงานเพิ่มเติมต้องทำให้เสร็จก่อนสิ้นภาค
เรียนในเทอมถัดไป

3. นักศึกษาที่ตก 1 วิชา 2 เทอม ติดต่อกันจะถูกภาคทัณฑ์ หาก ตกอีก
ในเทอมถัดไปจะถูกพักการเรียนอย่างน้อย 1 ปีก่อนจึงจะเข้าเรียนต่อ
ใหม่ได้

4. นักศึกษาที่ตก 2 วิชาใน 1 เทอม จะถูกภาคทัณฑ์ หากตกอีกในเทอม
ถัดไปจะถูกพักการเรียนอย่างน้อย 1 ปีก่อนจึงจะเข้าเรียนต่อใหม่ได้

5. นักศึกษาที่สอบตก 3 วิชา หรือมากกว่านั้นในหนึ่งภาคเรียน จะถูกพัก
การเรียนอย่างน้อย 1 ปี ก่อนที่จะสมัครเรียนใหม่ได้

6. นักศึกษาที่สอบตก เมื่อปรับคะแนนแล้วจะได้คะแนนไม่เกินกว่าเกณฑ์
ต่ำสุดที่กำหนดในแต่ละหลักสูตร

7. นักศึกษาที่สอบผ่านแล้วในแต่ละวิชา แต่มีคะแนนเฉลี่ยต่ำกว่าที่กำหนด
ไว้ในแต่ละหลักสูตรอาจจะขอให้มีการซ่อมเสริมได้โดยคะแนนใหม่ที่ได้
จะไม่มากกว่าคะแนนเฉลี่ยต่ำสุดที่กำหนดไว้ในแต่ละหลักสูตร

การขาดเรียน การมาสายและการออกจากห้องเรียน
1. นักศึกษาจะไม่ได้รับหน่วยกิตในวิชาที่เข้าชั้นเรียนน้อยกว่า75% ของเวลาเรียนทั้งหมด

ของวิชานั้น การขาดเรียนเกิน 25% ของวิชาใดจะทำให้ตกวิชานั้น (หากมีคะแนนสะสมจะได้

ไม่เกิน 59 คะแนน)

2. นักศึกษาที่เข้าสายมากกว่า 50% ของชั่วโมงใดจะถือว่าเป็นการขาดเรียนในชั่วโมงนั้น

3. นักศึกษาที่เข้าเรียนสาย (ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม) 3 ครั้ง จะถือว่าขาดเรียน 1 ครั้ง และหากเข้าชั้นเรียนหลังจากเสียงกริ่งดังหรือหลังจากอาจารย์ขานชื่อนักศึกษาที่เรียนในชั้นแล้ว

จะไม่ได้รับผ่อนผันการมาสายของนักศึกษานอกจากในกรณีฉุกเฉินจริง ๆ

4. นักศึกษาออกนอกห้องเรียนไม่ได้ นอกจากจะได้รับอนุญาตจากอาจารย์ประจำวิชาก่อน

การรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษา
นักศึกษาที่ไม่สามารถลงทะเบียนเรียนในบางภาคการศึกษาได้ จะต้องแจ้งกับแผนกทะเบียน

เป็นลายลักษณ์อักษรว่าจะไม่เรียนในภาคการศึกษาใด เพื่อรักษาสถานภาพของการเป็นนักศึกษาไว้

นอกจากนี้ยังต้องเสียค่าธรรมเนียม เพื่อรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษาไว้ ถ้านักศึกษาไ

ม่แจ้งให้ทางโรงเรียนทราบ และไม่ชำระค่าธรรมเนียม หากไม่แจ้งแผนกทะเบียนถือว่าหมดสภาพของ

การเป็นนักศึกษา และในอนาคต ถ้านักศึกษาผู้นั้นต้องการที่จะกลับเข้าเรียนใหม่ จะต้องชำระค่า

รักษาสถานภาพย้อนหลัง และหากขาดการติดต่อเกินกว่า 5 ปี จะต้องพบกับคณบดีฝ่ายวิชาการก่อน

จึงจะลงทะเบียนเรียนได้