News & Journal
 สารโรงเรียน
   
 
 จุลสารดนตรี
   
 
 วารสารวิชาการ
   
 
 จุลสารศิษย์เก่า
   
 
 
     
  ประวัติความเป็นมาของสถาบัน

           
ในช่วงปี ค.ศ. 1949-1950 มิชชั่นนารีสหรัฐชึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การฟอร์เรนมิชชั่นบอร์ด คณะแบ๊บติสต์ จำเป็นต้องเดินทางออกจากประเทศจีนเนื่องจากความไม่สงบในประเทศ มิชชั่นนารีส่วนหนึ่งได้เดินทางเข้ามายังประเทศไทยซึ่งในขณะนั้นยังไม่มีการเริ่มงานใดๆขององค์การฟอร์เรนมิชชั่นบอร์ด คณะแบ๊บติสมาก่อน มิชชั่นนารีเหล่านี้ร่วมกับคริสเตียนที่มีความสัมพันธ์กับคณะเซาเทอร์นแบ๊บติสมาก่อนได้รวมตัวกันและเริ่มต้นการนมัสการขึ้นเป็นครั้งแรกในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1951 ในปีถัดมาเริ่มมีการสถาปนาคริสตจักรใหม่เพิ่มขึ้น และมีแนวโน้มว่าจะมีคริสตจักรเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง ดังนั้น มิชชั่นนารีแบ๊บติสในประเทศไทยได้มีมติให้ตั้งสถานศึกษาพระคริสตธรรมขึ้นในประเทศไทยเพื่ออบรมศิษยาภิบาลและผู้นำที่จะทำการปรนนิบัติรับใช้ในคริสตจักรเหล่านั้น

             สถานศึกษาพระคริสตธรรมแห่งนี้เริ่มเปิดดำเนินการเป็นทางการในวันพุธที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1952 โดยมีคณาจารย์ประจำสถาบันในเวลานั้น 3ท่านคือ มิส จเนลล์ เกรีย มร. ดีเวอร์ ลอร์ตัน และ ดร. เจ เกลน มอร์ริส ซึ่งดำรงตำแหน่งอธิการบดีคนแรกของสถาบัน

             ในช่วงแรกสถาบันดำเนินการเรียนการสอนเป็นภาษาจีนโดยใช้สถานที่ของคริสตจักรพระคุณคณะแบ๊บติสต์ (ซี่งในขณะนั้นตั้งอยู่เลขที่ 117 ถนนดินสอ) โดยมีนักศึกษาเต็มเวลาชุดแรกจำนวน 5 ท่าน และยังมีผู้เข้านั่งร่วมฟังการบรรยายสมทบอีก 3 ท่าน ในเทอมที่หนี่งของปีการศึกษาที่สองได้เริ่มเปิดแผนกภาษาไทยขึ้นโดยมีนักศึกษาไทยเพิ่มขึ้นอีก 5 ท่าน

             ในเดือนมกราคม ค.ศ. 1954 สถาบันได้ย้ายมายังอาคารเช่าเลขที่ 570 ถนนเพลินจิต และได้เริ่มมีส่วนที่เป็นหอพักสำหรับนักศึกษาเป็นครั้งแรก
พิธีมอบวุฒิบัตรครั้งแรกได้จัดขึ้นเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ค.ศ. 1955 โดยมีการมอบประกาศนียบัตรแก่นักศึกษาที่จบการศึกษาจำนวน 3 ท่าน

             ในเดือนเมษายน ค.ศ. 1957 สถาบันได้ย้ายสถานที่ไปยังบ้านเลขที่ 544 ถนนเพลินจิตและได้ใช้เป็นสถานศึกษาเรื่อยมาจนกระทั่งถึงเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1961 โดยในเวลานั้นสถานที่สำหรับสถาบันแห่งใหม่ได้สร้างเสร็จเรียบร้อยแล้ว ตั้งอยู่ที่ 433 ซอยนันทา (ซอยประสาทคอร์ท)ถนนสวนพลู สาทรใต้ ซึ่งเป็นอาคารเรียนที่ประกอบด้วย ห้องประชุมนมัสการ ห้องสมุด ห้องทำงานของคณาจารย์ อีกทั้งยังมีอาคารหอพักที่ประกอบด้วย ห้องพักนักศึกษา ห้องพักคณาจาร์ยสองห้อง โรงอาหาร และ ห้องครัว รวมทั้งบริเวณพักผ่อน สถานศึกษาพระคริสตธรรมจึงได้ย้ายเข้าไปอยู่ในสถานที่ถาวรของตนเองในที่สุด

             ในปี ค.ศ. 1964 สถานบันแห่งนี้ได้เปลี่ยนชื่อจาก “ศูนย์กลางคริสตศาสนศาสตร์คณะแบ๊บติสต์ ” เป็น “โรงเรียนคริสต์ศาสนศาสตร์ คณะแบ๊บติสต์” ได้รับอนุญาตจากกระทรวงศึกษาธิการให้เป็นสถาบันสอนศาสนาคริสต์อย่างถูกต้องตามกฎหมาย

             ปัจจุบันสถาบันยังคงดำเนินการตามจุดประสงค์เดิมคือ การอบรมและเตรียมผู้รับใช้สำหรับคริสตจักรในประเทศไทย และผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันแห่งนี้ได้กระจายการรับใช้อยู่ในทั่วทุกภาคของประเทศ